วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

Average ค่าเหลี่ย

1. เลือกเซลล์ที่สามนอกเหนือจากข้อมูลเดิมกล่าวว่า Cell C4 ในตัวอย่างของเราและพิมพ์สูตร = เฉลี่ย (B2: B4) (B2: B4 เป็นข้อมูลสามชุดแรกในชุดข้อมูล) และลากเทมเพลตป้อนอัตโนมัติของเซลล์ไปที่ช่วงตามที่คุณต้องการ
2. เลือกเซลล์เหล่านี้ต่อและคลิกที่ ลดทศนิยม เพื่อปรับตำแหน่งทศนิยมของผลการค้นหาตามที่คุณ


ค่า mln ค่าน้อยที่สุด

การหาค่าสูงสุด หรือ ต่ำสุด เพียงใช้ฟังก์ชัน MAX หรือ MIN แล้วกำหนดช่วงเซลล์ที่ต้องการเท่านั้น (ตัวอย่าง Row12,13,14)

กรณี Row18 ใช้ IF เพิ่มเงื่อนไข ถ้าช่วงเซลล์สินค้า $B$2:$B$9 เท่ากับ Cleaver (E18) ให้สูตรหาราคา ของ E18 ซึ่งมองดู การทำงานคล้าย Vlookup หรือ Sumif แต่ การใช้ MAX มีข้อแตกต่างตรงที่เราเลือกค่าที่มากที่สุดหรือ น้อยที่สุดได้ ถ้าข้อมูลมีมากกว่าหนึ่งรายการ

กรณี Row19,20 เหมือนกันตรงที่ สินค้าทั้ง Filleting Knife (No.2,No7) กับ Paring knife (No4, No.8) มีสองรายการ เมื่อใช้ฟังก์ชัน MIN ผลลัพท์ของ Filleting Knife คือ 449 และ Paring Knife ใช้ฟังก์ชัน MAX สูตรจึงคืนค่า วันล่าสุด คือ 15/8/2015

การใช้ร่วมกับฟังก์ชัน IF ในลักษณะนี้ ต้องปิดสูตรด้วยการกด Ctrl + Shift + Enter




ค่า max ค่ามากที่สุด

1: เลือกข้อมูลต้นฉบับของคุณและเพิ่มแผนภูมิกระจายโดยคลิกที่ แทรกสเปรย์ (X, Y) และแผนภูมิฟองอากาศ (หรือ กระจัดกระจาย)> กระจัดกระจาย บน สิ่งที่ใส่เข้าไป แถบ
2: หาช่วงว่างนอกเหนือจากข้อมูลต้นฉบับ Range E1 กล่าวว่า: G4 เพิ่มชื่อตาม
3.หาค่าต่ำสุดและค่าสูงสุดสำหรับแกน X และแกน Y โดยมีสูตร
4.เลือกแผนภูมิกระจายและคลิกขวาที่ชื่อแผ่นงานปัจจุบันบนแถบแท็บแผ่นงานแล้วเลือก ดูรหัส จากเมนูคลิกขวา
5: ในหน้าต่าง Microsoft Visual Basic for Applications เปิดให้คัดลอกและวางโค้ดต่อไปนี้ลงในหน้าต่าง:
 6: เรียกใช้ VBA นี้ด้วยการคลิก วิ่ง หรือกดปุ่ม F5 กุญแจ

ค่าผลรวม sum 

=SUMIFS(D2:D11,A2:A11,"South",C2:C11,"Meat")

ผลลัพธ์คือ ค่า 14,719

ลองมาพิจารณาวิธีเพิ่มเติมที่แต่ละส่วนของสูตร

= SUMIFS เป็นสูตรอาร์ทางคณิตศาสตร์ คำนวณตัวเลข ซึ่งในกรณีนี้ อยู่ในคอลัมน์ d ขั้นตอนแรกคือการ ระบุตำแหน่งที่ตั้งของตัวเลข:

=SUMIFS(D2:D11,

กล่าว คุณต้องสูตรเพื่อรวมตัวเลขในคอลัมน์นั้นถ้าพวกเขาตรงกับเงื่อนไขออก ช่วงของเซลล์ว่าอาร์กิวเมนต์แรกในสูตรนี้นั่นคือส่วนแรกของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันนี้เป็นข้อมูลป้อนเข้า

ถัดไป คุณต้องการค้นหาข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขสอง เพื่อให้คุณใส่เงื่อนไขแรกของคุณ โดยการระบุตำแหน่งที่ตั้งของข้อมูล (a2: a11) สำหรับฟังก์ชัน และยัง เงื่อนไขใดเป็น — ซึ่งเป็น "ใต้" โปรดสังเกตเครื่องหมายจุลภาคระหว่างอาร์กิวเมนต์แยกต่างหาก:

= SUMIFS(D2:D11,A2:A11,"South",

เครื่องหมายอัญประกาศล้อมรอบ "ภาคใต้" ระบุว่า ข้อมูลนี้ข้อความ

สุดท้าย คุณใส่อาร์กิวเมนต์สำหรับเงื่อนไขของคุณที่สองคือช่วงของเซลล์ (c2: c11) ที่ประกอบด้วยคำว่า "เนื้อสัตว์ plus คำเอง (ล้อมรอบ ด้วยเครื่องหมายอัญประกาศ) ดังนั้น Excel ที่สามารถสอดคล้องกันได้ สูตรที่ มีวงเล็บปิด)สิ้นสุด จากนั้น กด Enter ผลลัพธ์ อีก อยู่ 14,719

=SUMIFS(D2:D11,A2:A11,"South",C2:C11,"Meat")

ขณะที่คุณพิมพ์ฟังก์ชัน SUMIFS ใน Excel ถ้าคุณไม่จำอาร์กิวเมนต์ ความช่วยเหลืออยู่พร้อมอย่างชัดเจน หลังจากที่คุณพิมพ์= SUMIFS (ทำให้สูตรสมบูรณ์ปรากฏขึ้นใต้สูตร กับรายการอาร์กิวเมนต์ในลำดับที่เหมาะสม

ดูที่รูปของ การทำให้สูตรสมบูรณ์อัตโนมัติ และรายการอาร์กิวเมนต์ซึ่งในตัวอย่างของเรา sum _ range คือ D2:D11 เป็นคอลัมน์ของตัวเลขที่คุณต้องการหาผลรวม; criteria _ range 1 คือ A2. A11 เป็นคอลัมน์ของข้อมูลที่มี criteria1 คือ "ภาคใต้" อยู่











วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ระบบปฎิบัติงาน windows

widows 95

Windows 95 มีชื่อเต็มว่า "Microsoft Windows 95" คือ โปรแกรมควบคุมระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ตั้งแต่แสดงผลบนจอภาพ ป้อนข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด หรือเม้าส์ เก็บข้อมูลตัวเลข อักษรหรือรูปภาพ ตลอดจนสั่งการทำงานออกจากเครีอง พิมพ์ ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากระบบ Windows 3.11 ให้มีประสิทธภาพเหนือกว่าเดิม คือ ผู้ใช้จะมีความรู้สึกว่า จอคอมพิวเตอร์เป็น ห้องส่วนตัว เพราะบนจอภาพมีลักษณะเหมือนโต๊ะทำงาน เรียกว่า" Destop" ซึ่งใกล้เคียงความเป็นจริงมาก เนื่อง จากเก็บงานที่ทำค้าง ไว้ก่อนได้ (คลัายการเก็บงานใส่ลิ้นชัก) ยังมีส่วนเพิ่มเติมอีก .เช่น จัดเก็บแฟ้มต่างๆ อย่างเป็นระเบียบคล้ายกับ ตู้ใส่เอกสาร มีถังขยะที่ใช้ สำหรับทิ้งสิ่งของ โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกับภายนอก เป็นต้น

Windows98


วินโดวส์ 98 เป็นระบบปฏิบัติการ ที่มีความสามารถสูง พัฒนาต่อเนื่องมาจาก วินโดวส์ 95 สามารถทำงานแบบหลายงาน (Multi-Tasking OS) มีผู้ใช้ในระบบเพียงคนเดียว แบบ Single- User OS ได้ อีกทั้งยังสามารถ นำไปใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ได้ทั่วไป เรียกว่าเป็นแบบ Generic Operating System การทำงานของวินโดวส์ 98 ติดต่อกับผู้ใช้แบบ Graphic User Interface (GUI) เช่นเดียวกับวินโดวส์ 95 แต่ปรับรูปแบบให้ดูสวยงาม อัตโนมัติยิ่งขึ้น มีความสามารถ ในการเชื่อมต่อ กับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้สะดวกยิ่งขึ้น มีโปรแกรมที่เป็นเครื่องมือ สำหรับการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต มาพร้อมคือโปรแกรม Internet Explore

 Windo000ws 2000


  Windows 2000 เป็นเวอร์ชันล่าสุด ของการปรับปรุงระบบปฏิบัติการ Windows ผู้ใช้ Windows98 และ Windows NT อยู่ในช่วงที่ต้องย้ายไปสู่ Windows 2000 ชื่อเดิมเรียกว่า Windows NT5.0 ซึ่ง Windows 2000 เป็นการใช้เทคโนโลยีของ NT ซึ่ง Windows 2000 ได้รับการออกแบบสำหรับงานด้านวิชาชีพและธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงตลาดธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการระดับเทคนิคที่สูงด้วยเทคโนโลยีของ NT การใช้ Windows 2000 จำเป็นต้องเลือกตามลักษณะการใช้งานสายผลิตภัณฑ์ 



windows XP
  1.  ระบบปฏิบ ัต ิก าร windows XP จัด ทำา โดย นางสาววารุณ ี วงค์ร ัม ย์ ชั้น ปวช. 3 เลขที่ 28 แผนก คอมพิว เตอร์ธ ุร กิจ เสนอ อาจารย์แ สงเดือ น เพ็ญ ศศิธ ร รายงานเล่ม นี้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของวิช าระบบ เครือ ข่า ยคอมพิว เตอร์เ บื้อ งต้น วิท ยาลัย เทคนิค คูเ มือ ง
  2. 2. ประวัต ิ Windows XP ปี 1983 Bill Gate ได้ออกจาก Harvard ขณะที่ยัง เรียนอยู่ ปี 2 เพื่อมาบริหารบริษัท Micro Computer and software หรือเป็นที่รู้จักกันภายหลัง คือ Microsoft นั่นเอง ปีนั้นเอง MS-DOS ก็ได้ถือกำาเนิดขึ้นมาจนเป็นที่ ยอมรับกันอย่างแพร่หลา ย และเป็นจุดกำาเนิดให้เกิดการ พัฒนาต่อมาจนเป็น Windows ในปี 1985 แต่ก็ยังคง อาศัย DOS เป็นหลักอยู่เช่นเดิม แต่เพื่อความเข้าใจคงจะ ต้องเริ่มจากก้าวแรกในปีนี้กั นเลยครับ 1985 – Microsoft Windows 1.0 ใน ปี 1985 นี้ Microsoft ได้เริ่มต้นกับการเปลี่ยนแปลง เข้าสู่ระบบ Windows ที่พัฒนาต่อมาก MS-DOS แต่ถือ เป็นเพียงเปลือกของ DOS เท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติส่วนใหญ่ มุ่งไปที่ตารางนัดหมาย สมุดบันทึก และทำางานผ่านระบบ GUI [Graphic User Interface] เป็นครั้งแรก 1987 – Microsoft Windows 2.0 2 ปีหลังจาก Windows 1.0 ก็ได้เวลาปล่อย version 2 ออกสู่ตลาด แต่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายจาก เดิม ส่วนมากจะเป็นการเพิ่มสีสันให้กับระบบ GUI ให้ สวยงามมากขึ้น และความสามารถในการพิมพ์ได้ตรงกับที่ เห็นบนหน้าจอ 1990 – Microsoft Windows 3.0 ใน ปีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำาคัญของ Windows ที่ เข้ามามีบทบาทต่อเครื่อง Mc ของ Apple ที่กำาลังได้รับ 


Windows Vista

ไมโครซอฟต์ Windows Vista เป็นการพัฒนาจาก บริษัทไมโครซอฟต์ เพื่อใช้กับเครื่อง ไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีโปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) ในการทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ของเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น จากระบบ Windows XP โดยต้องเตรียมคุณสมบัติ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เตรียมฮาร์ดดิสก์ (การแบ่งพาร์ติชัน) การฟอร์แมต แล้วจึงติดตั้ง ระบบปฏิบัติการ Windows Vista ได้ ซึ่งระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่ทางไมโครซอฟท์ ได้ออกแบบมา ต้องสัมพันธ์กันกับ อุปกรณ์ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ไม่เช่นนั้น การทำงานของระบบอาจ ไม่มีประสิทธิภาพพอ

Windows 7

Windows 7 เป็นระบบปฎิบัติการ(Operating System)ของทาง Microsoft ที่ได้ทำการพัฒนาต่อเนื่องมากจาก Windows 98 , Me , 2000 , XP ,Vista จนมาถึงปัจจุบัน คือ Windows 7 นั้นเอง โดยกลุ่มเป้าหมายของ Windows 7 นี้ก็คือบุคคลทั่วไป ตามองค์กร ตามบ้าน ที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดย Windows 7 จะเป็นระบบปฎิบัติการที่เอามาลงบน Hardware อีกทีึครับ โดย Windows 7 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.ค 2009 ครับโดยทาง Microsoft ได้ใช้ภาษา C , C++ ในการพัฒนา เป็นระบบปฎิบัติการ(Operating System)ของทาง Microsoft ที่ได้ทำการพัฒนาต่อเนื่องมากจาก Windows 98 , Me , 2000 , XP ,Vista จนมาถึงปัจจุบัน คือ Windows 7 นั้นเอง โดยกลุ่มเป้าหมายของ Windows 7 นี้ก็คือบุคคลทั่วไป ตามองค์กร ตามบ้าน ที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดย Windows 7 จะเป็นระบบปฎิบัติการที่เอามาลงบน Hardware อีกทีึครับ โดย Windows 7 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.ค 2009 ครับโดยทาง Microsoft ได้ใช้ภาษา C , C++ ในการพัฒนา

 windows 8

ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Windows 8 ก็เช่นกัน หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวและใช้งานกันมาหลายปีแล้ว จากนั้นก็มีเวอร์ชั่นใหม่ๆ อย่าง Windows 8.1 (9 ???) และ Windows 10 ตามมาอีกที ซึ่งล่าสุดทาง Microsoft ก็ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ว่า Windows 8 จะไม่ได้ไปต่อแล้ว โดยจะออก Patch สุดท้าย ในวันที่ 12 มกราคม 2016 นี้ ทำให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกเหลือแค่ 3 ทางเท่านั้น ก็คือ อัพเกรดไปใช้ Windows 8.1 (เลิกสนับสนุนในวันที่ 10 มกราคม 2023) อัพเกรดไปใช้ Windows 10 (เลิกสนับสนุนในวันที่ 14 ตุลาคม 2025) ดาวน์เกรดไปใช้ Windows 7 (เลิกสนับสนุนในวันที่ 14 มกราคม 2020) อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8 อยู่ จะใช้งานต่อไปก็ได้ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่แค่จะไม่มีการมาดูดำดูดีจากทาง Microsoft  อะไรเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนตัวก็แนะนำให้อัพเกรดไปใช้งานเป็น 8.1 หรือ 10 น่าจะเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ Microsoft มีการอัพเดท Patch อุดช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยต่อไปได้ เพื่อป้องกันการถูกขโมยข้อมูลหรือเข้าควบคุมเครื่องผ่านช่องโหว่ ที่จะสร้างความเสียหายต่างๆ ตามมาอีกมากมาย
   Windows 10 
  Windows 10 ถูกออกแบบสืบทอดมาจาก windows 8 ถูกออกแบบโดยผสมผสานระหว่างความใหม่ของ Windows 8.1 และความคุ้นเคยในรูปแบบเดสก์ท็อป เข้าไว้ด้วยกันโดยมีหน้าต่างแบบจอสัมผัส และแบบดั้งเดิมที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ด มีระบบที่เอื้อให้สามารถใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ในทุกขนาดหน้าจอ ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบระบบสัมผัส ทัชสกรีน หรืออุปกรณ์ควบคุมอย่างเมาส์หรือคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีระบบแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้บนทุกอุปกรณ์ในระบบ Windows 10


วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ความหมายของคอมพิวเตอร์

1. ความหมายและประเภทของคอมพิวเตอร์

ความหมายและประเภทของคอมพิวเตอร์


ความหมายของคอมพิวเตอร์ 

     คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึงอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถเก็บและจำข้อมูลรวมถึงชุดคำสั่งในการทำงานได้ทำให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ด้วยอัตราความเร็วที่สูงมาก ใช้เพื่อประโยชน์ในการคำนวณหรือทำงานต่าง ๆ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2540) ได้บัญญัติไว้ว่า Computer : คอมพิวเตอร์,คณิตกรณ์ หมายถึง เครื่องคำนวณหรือผู้คำนวณ มีหน้าที่คำนวณและเปรียบเทียบ (ประมวลผลข้อมูล) ตามคำสั่งที่มนุษย์จัดเตรียมไว้ในรูปแบบของโปรแกรมหรือชุดคำสั่งต่าง ๆ 
    คุณสมบัติเฉพาะของคอมพิวเตอร์ 
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถคำนวณได้ เช่น ลูกคิด เครื่องคิดเลข แต่คอมพิวเตอร์มีความแตกต่างจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการคำนวณโดยทั่วไปคือ 
1. คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีหน่วยคำนวณและปฏิบัติการทางตรรกยะซึ่งประกอบด้วยวงจรไฟฟ้ามากมาย ดังนั้นการคำนวณเปรียบเทียบจึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว 
2. คอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำภายในเครื่อง ที่สามารถเก็บข้อมูลซึ่งอาจเป็นข้อความ ตัวเลข รูปภาพ ไว้ในหน่วยความจำภายในเครื่องเพื่อประโยชน์ในการเรียกใช้ข้อมูลปัจจุบันหรือเรียกใช้ในภายหลังได้ 
3. ผู้ใช้สามารถใช้ชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมที่บอกขั้นตอนที่คอมพิวเตอร์ต้องทำงานโดยเรียงลำดับการทำงานก่อนหลังหรือวิธีการประมวลผล ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งที่อยู่ในโปรแกรมนั้นอย่างอัตโนมัติ 

กระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ 
กระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ มี 3 ขั้นตอน คือ 
  
 
         1. รับเข้า (Input) คอมพิวเตอร์จะรับข้อมูลเข้ามา แล้วปฏิบัติตามคำสั่งข้อมูลนั้น อาจเป็นตัวเลข 
2. ประมวลผล (Process) คอมพิวเตอร์จะทำการคำนวณ เปรียบเทียบ วิเคราะห์            
                   3. ส่งออก (Output) คอมพิวเตอร์จะนำผลที่ทำการประมวลผลเสร็จเรียบร้อยมาแสดงในรูปแบบต่าง ๆ 

1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super computer) 
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและขีดความสามารถสูงมาก สามารถต่อพ่วงไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ รออกแบบและการผลิตต้องใช้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีมาก นิยมใช้ในงานส่งดาวเทียมและยานอวกาศ สำหรับประเทศไทยมีใช้ที่กรอนิยม

2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) 
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สามารถใช้งานกับข้อมูลจำนวนมาก ๆ ได้ดีกว่าคอมพิวเตอร์แบบอื่น ๆ สามารถเชื่อมต่อไปยังปลายทางได้ ทำงานพร้อมกันได้หลายงานและใช้ได้หลายคนพร้อม ๆ กัน ตัวอย่างเครื่องเมนเฟรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ/ตู้เอทีเอ็ม(ATM) ของธนาคาร


3. มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) 
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลางส่วนมากใช้กับหน่วยงานธุรกิจขนาดเล็กและมีราคาถูกลง สามารถทำงานได้หลายงานพร้อมกันเหมือนเครื่องเมนเฟรม แต่ขีดความสามารถในการต่อพ่วงน้อยกว่า หน่วยงานที่ใช้ส่วนใหญ่ได้แก่ กอง กรม มหาวิทยาลัย บริษัทห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล เป็นต้น 

4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้กันทั่วไปและนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) คนทั่วไปนิยมเรียกว่า พีซี (PC) ใช้ตัวประมวลผลแบบชิพ (Chip) เป็นองค์ประกอบหลัก คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้นยังสามารถแบ่งย่อยตามลักษณะประเภท ได้ดังนี้ 
  4.1 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop Computer) ป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลชนิดตั้งบนโต๊ะหรือพื้น ตัวเครื่องมีลักษณะเป็นกล่องขนาดใหญ่ตั้งบนโต๊ะทำงานมีสายเชื่อมโยงไปยังจอภาพ ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมแผงแป้นอักขระและเมาส์ นิยมใช้ในหน่วยงานทั่วไป เช่นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ร้านอินเทอร์เน็ตตามบ้านทั่ว ๆ ไป เนื่องจากราคาไม่แพงจนเกินไป 



4.2 คอมพิวเตอร์แบบวางตัก/แล็ปทอป (Laptop Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบกระเป๋าหิ้ว สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ในเวลาอาจใช้วางบนตักได้ (Lap แปลว่า ตัก) คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ไฟฟ้าสำรองในตัว ใช้จอภาพผลึกเหลวซึ่งเรียกว่า แอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display) ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม
  1. 4.3 คอมพิวเตอร์ขนาดสมุดบันทึก (Notebook) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมาก มีขนาดเล็กเท่าหนังสือขนาดใดก็ได้ สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก มีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถพ่วงต่อกับโทรศัพท์เพื่อรับส่งข้อมูลในระยะไกลได้ คอมพิวเตอร์รุ่นนี้ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาไปมากและเป็นที่นิยมใช้กันเป็นอย่างมาก


.


4.4 คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือ (Palmtop Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก สามารถวางบนฝ่ามือแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากแป้นอักขระ รวมทั้งจอภาพมีขนาดเล็กเกินไป ไม่สะดวกต่อการใช้งาน แต่เหมาะสำหรับการเก็บบันทึกส่วนตัว เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือบันทึกชื่อเพื่อน หรือรายละเอียดส่วนตัว

4.5 คอมพิวเตอร์ขนาดมือถือ (Handheld Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กถือด้วยมือ จอภาพเล็กปกตินิยมใช้เพื่อการบันทึกตัวเลขมาตรไฟฟ้า มาตรน้ำประปาโดยพนักงานจะถือคอมพิวเตอร์ไปอ่านมาตรวัดแล้วกดปุ่มบันทึก ในหน่วยงานขนาดใหญ่จะใช้ในการตรวจนับสินค้า
 
4.6 คอมพิวเตอร์แบบพีดีเอหรือเครื่องช่วยงานบุคคลแบบดิจิทัล (PDA : Personal Digital Assistant)คอมพิวเตอร์แบบพีดีเอ สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ใช้ปากกาแสง (Light Pen) เขียนข้อมูลบนหน้าจอ บางครั้งใช้ปากกาแสงเป็นอุปกรณ์เพื่อเลือกทำงานบนหน้าจอเหมือนกับสมุดบันทึก ภายในเครื่องมีโปรแกรมที่อ่านลายมือ เมื่อเขียนแล้วเปลี่ยนเป็นตัวอักษรได้โดยใช้ปากกาพิเศษ ปัจจุบันยังไม่นิยมมากนักเนื่องจากราคายังแพงพอสมควร